คำตอบสั้น ๆ
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 ขยายเวลาการลดอัตรา VAT สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 โดยกฎหมายมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการเรียกเก็บ VAT รวมภาษีท้องถิ่นในอัตรา 7% ซึ่งประกอบด้วยอัตรา VAT 6.3% และส่วนที่จัดสรรให้ราชการส่วนท้องถิ่น 0.7% ประเด็นสำคัญคือ ต้องดูวันที่ความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้น ไม่ใช่ดูวันลงนามในสัญญาอย่างเดียว
พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 เปลี่ยนอะไร
พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 และแก้ไขมาตรา 4 แห่ง พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 646 พ.ศ. 2560 ซึ่งเคยแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 799 พ.ศ. 2568 ให้คงการจัดเก็บ VAT ในอัตรา 6.3% สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณีที่ความรับผิดเกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2570
พ.ร.ฎ. ฉบับนี้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 จึงครอบคลุมธุรกรรมที่จุดเกิดภาษีอยู่ระหว่าง 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 การกล่าวว่า “VAT 7% ถึง 30 กันยายน 2570” หมายถึงอัตราที่จัดเก็บรวมภาษีท้องถิ่น ไม่ใช่ตัวเลขอัตรา 6.3% ในตัวบทเพียงอย่างเดียว
ทำไมตัวบทระบุ 6.3% แต่เรียกเก็บ 7%
มาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดอัตราภาษีพื้นฐานไว้ 10% และเปิดให้ลดอัตราโดยพระราชกฤษฎีกา พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 ลดอัตราตามมาตรา 80 เหลือ 6.3%
กรมสรรพากรจัดเก็บส่วนภาษีท้องถิ่นแทนราชการส่วนท้องถิ่นเพิ่มอีก 1 ใน 9 ของอัตรา VAT ที่จัดเก็บ หรือ 0.7% เมื่อใช้อัตรา 6.3% จึงรวมเป็น 7% ผู้ขายจึงมักแสดงและเรียกเก็บ VAT รวม 7% จากลูกค้า
ใช้กับธุรกรรมใด และใครต้องสนใจ
อัตราลดใช้กับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าที่อยู่ในบังคับ VAT เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดภายในช่วงเวลาที่ พ.ร.ฎ. กำหนด ผู้ประกอบการจดทะเบียนควรตรวจอัตราที่ใช้กับเอกสาร ภาษีขาย ภาษีซื้อ และแบบ ภ.พ.30 ของแต่ละเดือน
พ.ร.ฎ. ฉบับนี้เปลี่ยนเรื่องอัตรา ไม่ได้ทำให้กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT กลายเป็นกิจการที่ต้องเสีย VAT และไม่ได้เปลี่ยนภาษีอัตรา 0% ให้เป็น 7% กิจการที่ได้รับยกเว้นหรือใช้อัตรา 0% ยังคงพิจารณาตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
วันเกิดภาษีดูอย่างไร
การใช้ 7% ต้องพิจารณาจุดเกิดความรับผิดในการเสีย VAT ตามมาตรา 78, 78/1 และ 78/2 ไม่ใช่เลือกจากวันออกใบแจ้งหนี้หรือวันเซ็นสัญญาเพียงอย่างเดียว
การขายสินค้าทั่วไป: โดยหลัก ความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบสินค้า หากก่อนส่งมอบมีการโอนกรรมสิทธิ์ รับชำระราคา หรือออกใบกำกับภาษี ความรับผิดอาจเกิดตามส่วนที่ทำก่อนนั้น
การให้บริการทั่วไป: โดยหลัก ความรับผิดเกิดเมื่อได้รับชำระค่าบริการ แต่ถ้าออกใบกำกับภาษีหรือมีการใช้บริการก่อน ก็เกิดตามส่วนของการกระทำนั้น กรณีสัญญาแบ่งงวดหรือบริการจากต่างประเทศมีหลักเฉพาะ จึงควรตรวจมาตรา 78/1 ให้ตรงข้อเท็จจริง
การนำเข้า: โดยหลักพิจารณาเมื่อชำระอากรขาเข้า วางหลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกัน หากไม่ต้องเสียอากรหรือได้รับยกเว้น ให้พิจารณาวันออกใบขนสินค้าตามมาตรา 78/2
ตัวอย่างที่ช่วยตัดสินใจ
ตัวอย่าง 1: ส่งมอบสินค้าและเกิดจุด VAT วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ธุรกรรมที่อยู่ในระบบ VAT ใช้อัตรารวม 7%
ตัวอย่าง 2: ส่งมอบสินค้าและเกิดจุด VAT วันที่ 30 กันยายน 2570 ยังอยู่ในช่วงที่ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 ครอบคลุม จึงใช้อัตรารวม 7%
ตัวอย่าง 3: จุด VAT เกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2570 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 ไม่ครอบคลุมวันที่นี้ ต้องตรวจพระราชกฤษฎีกาหรือกฎหมายที่มีผลในวันเกิดภาษี อย่าถือว่ามีการขยายเวลาโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง 4: รับเงินล่วงหน้าก่อนส่งสินค้า หากการรับเงินทำให้เกิดความรับผิดก่อนวันส่งมอบ ต้องพิจารณา VAT สำหรับเงินส่วนที่รับในวันที่เกิดความรับผิด ส่วนที่เหลือดูจุดเกิดภาษีของส่วนนั้นตามข้อเท็จจริง
ตัวอย่างคำนวณ VAT 7%
กรณีราคายังไม่รวม VAT: ฐานภาษี 100,000 บาท × 7% = VAT 7,000 บาท รวมเรียกเก็บ 107,000 บาท
กรณีราคาที่ตกลงรวม VAT 107,000 บาท: คำนวณฐานภาษี 107,000 ÷ 1.07 = 100,000 บาท และ VAT เท่ากับ 7,000 บาท ทั้งนี้ต้องระบุในใบเสนอราคา สัญญา และใบกำกับภาษีให้ชัดว่าราคารวม VAT หรือไม่
ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ
อย่าใช้อัตราจากวันทำสัญญาเพียงอย่างเดียว ให้ทำตารางจุดเกิดภาษีของเงินรับล่วงหน้า การส่งมอบ การโอนกรรมสิทธิ์ และการออกใบกำกับภาษี
ตรวจอัตราที่ใช้ในใบกำกับภาษีให้ตรงกับวันที่ความรับผิดเกิด และบันทึกภาษีขายในเดือนภาษีที่ถูกต้อง
แยกธุรกรรมที่ได้รับยกเว้น อัตรา 0% และอัตราปกติออกจากกัน อย่าคิด 7% กับทุกยอดรับเงินโดยไม่ตรวจลักษณะกิจการ
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามกำหนดของแต่ละเดือนภาษี และตรวจปฏิทินกรมสรรพากรสำหรับช่องทางยื่นที่ใช้
หากคิดอัตราผิด อาจต้องปรับจำนวนภาษีขาย เอกสารภาษี และแบบที่เกี่ยวข้อง การประเมินภาษี เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มขึ้นกับข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้กับกรณีนั้น ไม่ควรประเมินจำนวนโทษโดยเหมารวม
คำถามที่พบบ่อย
VAT 7% ใช้ถึงวันไหน? ใช้กับจุดเกิดความรับผิดที่เกิดไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2570 ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 พ.ศ. 2569
ตัวบทระบุ 6.3% เพราะอะไร? เป็นส่วน VAT ตามอัตราที่ลดจากมาตรา 80 ส่วนภาษีท้องถิ่น 0.7% รวมกันเป็นอัตราจัดเก็บ 7%
หลัง 30 กันยายน 2570 จะยังเป็น 7% หรือไม่? ต้องตรวจพระราชกฤษฎีกาหรือกฎหมายฉบับใหม่ที่มีผลในวันเกิดภาษี ไม่มีการรับประกันการขยายเวลาอัตโนมัติจาก พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807
ถ้ากิจการได้รับยกเว้นหรืออัตรา 0% ต้องคิด 7% หรือไม่? ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าธุรกรรมเข้าหลักยกเว้นหรืออัตรา 0% ตามกฎหมายหรือไม่
ตารางสรุปวันเกิดภาษี
วันเกิดความรับผิด • อัตราที่ใช้ตามช่วงเวลา • สิ่งที่ควรทำ
1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2570 • 7% รวมภาษีท้องถิ่น • ใช้เมื่อธุรกรรมอยู่ในบังคับ VAT
ก่อน 1 ต.ค. 2569 • ตรวจตามกฎหมายที่มีผลวันนั้น • แยกเงินที่เกิดจุด VAT ก่อนช่วงขยาย
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2570 • ตรวจ พ.ร.ฎ. ฉบับใหม่/กฎหมายที่ใช้ • อย่าสมมติว่าต่อ 7% อัตโนมัติ
• พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 807 พ.ศ. 2569 (ฉบับเต็ม) — https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc807.pdf
• กรมสรรพากร: กฎหมายออกใหม่ รายการ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 — https://www.rd.go.th/21221.html
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 77–79 และจุดเกิดความรับผิดตามมาตรา 78, 78/1, 78/2 — https://www.rd.go.th/5205.html
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 80–82 — https://www.rd.go.th/5206.html
• กรมสรรพากร: อัตรา 6.3% บวกภาษีท้องถิ่น รวมเป็น 7% — https://www.rd.go.th/59935.html
---
วันที่ตรวจสอบแหล่งข้อมูล: 29 ตุลาคม 2569
บทความทั้งหมด