คำตอบสั้น ๆ: รายได้ Affiliate เป็นของบริษัทหรือบุคคล ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น ได้แก่ คู่สัญญากับแพลตฟอร์ม เจ้าของบัญชีผู้เผยแพร่ ผู้สร้างผลงาน ผู้รับความเสี่ยง และผู้มีสิทธิเรียกรับค่าคอมมิชชั่น บัญชีธนาคารที่รับโอนเป็นเพียงหลักฐานหนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของรายได้โดยอัตโนมัติ
เกณฑ์สำคัญ: ใครเป็นผู้หารายได้ตามข้อเท็จจริง
- ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในสัญญาหรือบัญชีแพลตฟอร์มเป็นของใคร
- ใครสร้างเนื้อหา ซื้อโฆษณา ใช้บุคลากรและทรัพย์สินในการทำงาน
- ใครควบคุมบัญชี รับผิดชอบการคืนเงิน ข้อร้องเรียน และความเสี่ยง
- Statement ของแพลตฟอร์ม ใบแจ้งยอด และเอกสารภาษีระบุผู้รับรายได้เป็นใคร
- รูปแบบดังกล่าวสอดคล้องกันต่อเนื่องหรือเพิ่งเปลี่ยนย้อนหลังเมื่อเงินเข้าบัญชีแล้ว
เปรียบเทียบรายได้บริษัทกับรายได้บุคคล
| ข้อเท็จจริง | แนวทางที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| บริษัทเป็นคู่สัญญา ใช้ทีมงานหรือทรัพย์สินบริษัท และบริษัทมีสิทธิรับเงิน | บริษัทรับรู้รายได้ค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการ และบันทึกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแยกต่างหาก |
| กรรมการหรือบุคคลเป็นคู่สัญญาและสร้างผลงานในนามตนเอง | โดยหลักเป็นรายได้ของบุคคล แม้สั่งให้แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชีบริษัท เงินที่บริษัทรับอาจเป็นเจ้าหนี้ต่อบุคคลจนกว่าจะมีข้อเท็จจริงอื่น |
| บริษัทรับรายได้แล้วจ่ายค่าตอบแทนกรรมการหรือผู้ทำงาน | แยกเป็นอีกรายการหนึ่ง ต้องมีการอนุมัติ หลักฐาน และจัดประเภทเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทนกรรมการ หรือค่าบริการตามข้อเท็จจริง |
| เปลี่ยนจากบุคคลเป็นบริษัท | แก้สัญญาและบัญชีแพลตฟอร์มให้มีผลไปข้างหน้า จัดระบบเอกสารและบัญชีรับเงินให้สอดคล้อง ไม่ควรเปลี่ยนเจ้าของรายได้ย้อนหลังด้วยรายการบัญชีเพียงอย่างเดียว |
บันทึกบัญชีอย่างไร
- บริษัทเป็นเจ้าของรายได้: รับรู้ลูกหนี้จากแพลตฟอร์มและรายได้ค่าคอมมิชชั่นตามสิทธิที่เกิดขึ้น เมื่อรับเงินสุทธิให้แยกค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง ไม่บันทึกเฉพาะยอดสุทธิเป็นรายได้
- บุคคลเป็นเจ้าของรายได้แต่เงินเข้าบริษัท: หากบริษัทไม่มีสิทธิในรายได้นั้น การรับเงินอาจบันทึกเป็นเงินรับแทนหรือเจ้าหนี้กรรมการ/บุคคล ไม่ใช่รายได้บริษัทโดยอัตโนมัติ
- บริษัทจ่ายผู้ทำงานภายหลัง: บันทึกค่าตอบแทนแยกจากรายได้ ตรวจการอนุมัติ ความสมเหตุสมผล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารผู้รับเงิน
VAT ต้องพิจารณาจากบริการและคู่สัญญา
ค่าคอมมิชชั่น Affiliate หรือค่าบริการส่งเสริมการขายโดยทั่วไปเป็นรายรับจากการให้บริการ หากผู้ให้บริการมีหน้าที่จดทะเบียน VAT หรือจดทะเบียนอยู่แล้ว ต้องพิจารณาออกเอกสารและนำส่ง VAT ตามกฎหมาย เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาทใช้พิจารณาหน้าที่จดทะเบียนของผู้ประกอบการที่ยังไม่จดทะเบียน ไม่ใช่วงเงินยกเว้นของบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนแล้ว
กรณีแพลตฟอร์มหรือผู้จ่ายอยู่ต่างประเทศ: ห้ามสรุปว่าใช้อัตรา 0% ได้ทันที ต้องตรวจลักษณะบริการ สถานที่ใช้บริการ ผู้รับประโยชน์จริง เอกสารเงินตราต่างประเทศ และเงื่อนไขตามกฎหมายในวันที่เกิดรายการ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ 3% ทุกกรณี
ต้องดูว่าใครเป็นผู้จ่าย ใครเป็นผู้รับ อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และค่าตอบแทนมีลักษณะเป็นค่านายหน้า ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ หรือเงินได้ประเภทอื่น การจ่ายค่านายหน้าหรือค่าบริการโดยบริษัทไทยให้ผู้รับในไทยมักอยู่ในบังคับหักภาษีตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 แต่อัตราและหน้าที่อาจต่างกันตามฐานะผู้รับและช่องทางนำส่ง จึงควรตรวจเอกสารของรายการจริงก่อนหัก
ถ้าเป็นรายได้บุคคล อยู่มาตรา 40(2) หรือ 40(8)
ไม่ควรจัดประเภทจากคำว่า “คอมมิชชั่น” เพียงคำเดียว หากรับทำงานภายใต้การว่าจ้าง ใช้แรงงานเป็นสาระสำคัญ และไม่มีลักษณะประกอบธุรกิจ อาจเข้ามาตรา 40(2) แต่หากดำเนินงานเป็นอิสระ มีต้นทุน เครื่องมือ ทีมงาน หรือความเสี่ยงทางธุรกิจ อาจเข้ามาตรา 40(8) ต้องวินิจฉัยจากความสัมพันธ์และวิธีทำงานจริง
ตัวอย่างทางปฏิบัติ
- ช่องของบริษัท: บริษัททำสัญญา ทีมงานบริษัทผลิตสื่อ และแพลตฟอร์มออก Statement ในนามบริษัท รายได้ 100,000 บาท หักค่าธรรมเนียม 10,000 บาท บริษัทควรพิจารณารับรู้รายได้และค่าธรรมเนียมแยกกัน ไม่ใช่รับรู้รายได้เพียง 90,000 บาท
- ช่องส่วนตัวของกรรมการ: กรรมการทำสัญญาและสร้างเนื้อหาเอง แต่ให้โอน 50,000 บาทเข้าบัญชีบริษัท การรับเงินไม่ทำให้เป็นรายได้บริษัทโดยอัตโนมัติ บริษัทควรบันทึกยอดค้างคืนแก่กรรมการหรือรายการรับแทนตามหลักฐาน
- เปลี่ยนมาใช้บริษัทเดือนถัดไป: ควรแก้ชื่อคู่สัญญา เลขผู้เสียภาษี บัญชีรับเงิน และผู้รับผิดชอบงานให้มีผลไปข้างหน้า พร้อมกำหนดวันที่ตัดยอดเดิมให้ชัดเจน
เอกสารที่ควรเก็บ
- สัญญา เงื่อนไขแพลตฟอร์ม และข้อมูลเจ้าของบัญชี
- Statement รายได้ ค่าธรรมเนียม เงินคืน และยอดคงค้าง
- ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
- รายการเดินบัญชีและตารางกระทบยอดรายได้ก่อน/หลังหักค่าธรรมเนียม
- หลักฐานการทำงาน ค่าโฆษณา บุคลากร อุปกรณ์ และผู้อนุมัติ
- มติหรือเอกสารอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการและหลักฐานการจ่าย
ผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจัดเจ้าของรายได้ผิด
- รายได้ของบริษัทหรือบุคคลขาดหรือเกิน และถูกประเมินภาษีพร้อมเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ
- VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายคลาดงวดหรือขาดเอกสาร
- เกิดยอดลูกหนี้หรือเจ้าหนี้กรรมการที่อธิบายไม่ได้
- ค่าตอบแทนบุคคลขาดการอนุมัติหรือเอกสาร ทำให้มีความเสี่ยงเป็นรายจ่ายต้องห้าม
แหล่งอ้างอิงทางการ
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 40: ประเภทเงินได้บุคคลธรรมดา
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และฉบับแก้ไข: การหักภาษี ณ ที่จ่าย
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.115/2545: แนวพิจารณาค่าตอบแทนตัวแทน/นายหน้าและเงินได้มาตรา 40(8) ตามข้อเท็จจริง
- ประมวลรัษฎากร หมวด VAT: การให้บริการและการยกเว้นภาษี
- ประมวลรัษฎากร: หน้าที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษี
- สภาวิชาชีพบัญชี: TFRS for NPAEs (ปรับปรุง 2565) มีผลใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566
คำค้นที่เกี่ยวข้อง: รายได้ Affiliate เสียภาษีอย่างไร, ค่าคอมมิชชั่น TikTok เข้าบริษัท, รายได้ Shopee Affiliate, บันทึกบัญชี Affiliate, Affiliate VAT, ค่าคอมมิชชั่นหัก ณ ที่จ่าย
ตรวจสอบข้อมูลและแหล่งอ้างอิง ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป การวินิจฉัยต้องอาศัยสัญญา วิธีทำงาน คู่สัญญา เอกสาร และข้อเท็จจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม
Infographic สรุปการแยกรายได้ Affiliate ของบริษัทและบุคคลบริษัท ฐิติพัฑฒ์ การบัญชี จำกัด
บทความทั้งหมด